การวิเคราะห์สาเหตุและวิธีแก้ไข
คอนกรีต Topping Topping Topping
“ เมื่อเกิดปัญหาด้านเทคนิคเช่นเดียว
กันหรือคล้ายๆกันนี้ผู้ที่เข้าแก้ปัญหาหน้างานจะ
ได้มีแนวทางในการวิเคราะห์ตลอดจนตอบ
คำถามลูกค้าถึงสาเหตุการป้องกัน การแก้ไข
และความรับผิดชอบต่อความเสียหาย
ที่เกิดขึ้น ”
วิธีการ
จากการที่ลูกค้าร้องเรียนเรื่องคอนกรีตแตกร้าว
คือคอนกรีตรหัส ZBDM35A0C0 คอนกรีตกันซึมซีแพค
สำหรับเทพื้น topping บนพื้น Hollowcore หนา15 ซม.
ในขณะที่คอนกรีต topping หนา 8 ซม.
ทีมงานได้เข้าทำการสำรวจสภาพทั่วไปและรวบ
รวมข้อมูลที่พอจะหาได้
การวิเคราะห์
รอยร้าวที่สังเกตได้มี 2 ลักษณะคือ
2. รอยร้าวที่มีรูปแบบที่แน่นอน
เกิดขึ้นตามแนวรอยต่อระหว่างแผ่นพื้น(ตามแนวคาน)
ซึ่งรอยร้าวมีสาเหตุจากเป็นแนวที่เป็นรอยต่อของแผ่น
พื้นพอดีทำให้มีโอกาสเกิดรอยร้าวง่ายและเป็นแนว
ตลอดความยาวรอยต่อคาดว่าเป็นรอยร้าวที่เกิดจากการรับ
แรงดึงที่บริเวณรอยต่อของแผ่นพื้นเนื่องมาจากการแอ่น
ตัวของแผ่นพื้น เมื่อมีน้ำหนักมากระทำ สาเหตุอื่นๆที่
อาจเป็นไปได้ได้แก่การวางระดับของแผ่นพื้นไม่เท่ากัน
รรอยร้าวที่มีรูปแบบที่ไม่แน่นอน
1. รอยร้าวที่มีรูปแบบที่ไม่แน่นอน
แนวของรอยร้าวจะเกิดขึ้นอย่างไม่มีทิศทางที่แน่นอนมีสาเหตุ
จากการหดตัวของคอนกรีตแบบแห้ง (drying shrinkage)
ซึ่งเกิดขึ้นจากการสูญเสียน้ำในคอนกรีตทำให้เกิดช่องว่าง
ในเนื้อคอนกรีตนำไปสู่การหดตัวทำให้เกิดรอยแตกร้าวใน
จุดที่ไม่สามารถรับแรงดึงได้
Technical Service
รอยร้าวที่มีรูปแบบที่แน่นอน
1. ควบคุมค่า Slump คอนกรีตก่อนการเท
ไม่ให้เกินค่ากำหนดออกแบบ เพราะปริมาณน้ำส่วนเกิน
จะทำให้คอนกรีตหดตัวมาก
Technical Service
การป้องกัน
2. ทำให้พื้นผิว Hollowcore เปียกชุ่มน้ำก่อนที่จะเท
คอนกรีต topping เพื่อไม่ให้พื้น Hollowcore ดูดน้ำจาก
คอนกรีตมากเกินไป
3. การเสริมเหล็กตะแกรง wire mesh ทำหน้าที่รับแรงดึงเมื่อคอนกรีต
หดตัวเนื่องจากอุณหภูมิ
โดยต้องระวังเรื่องระดับของเหล็กตะแกรงจะต้องอยู่ใน
ตำแหน่งที่เหมาะสมคือ covering ประมาณ 3 ซม.แต่จาก
การ Coring เนื้อคอนกรีต topping ผ่านเหล็กเสริม
พบว่าเหล็กเสริมอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 3 ซม. ทำให้การ
ทำหน้าที่ช่วงรับแรงดึงของเหล็กเสริมลดลง

